Image for post
Image for post
Artist Taweeksak Molsawat (and panelist for this session) tracks air quality from around the country on a near daily basis. Here we celebrate his dedication and take note of the hazardous levels this year alone, affecting schools as well.

From 2.5PM to Zero: “Grassroots to Government” a recap of Session #3 on how to unite for long term sustainable change

By Courtney Savie Lawrence and Kin Fucharoen of the Circular Design Lab air pollution track with, Weenarin Lulitanonda ,Sivalee Anantachart (Soma), Laura Hammett, Phai Supkulawal and Liepa Olsauskaite

This week the Circular Design Lab, in collaboration with the Thailand Clean Air Network held the third and final installment of the ‘pop up’ live series focused on exploring the dynamics of change in regards to Air Pollution, COVID19 and the opportunities for everyone to be a part of the action to change policy and awareness. You can see the background in our initial thesis here, the recap of Session 1 here, Session 2 here and this one — focused especially on the ‘grassroots to government’ spectrum — with the full overview right below.

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา Circular Design Lab ร่วมกับ เครือข่ายอากาศสะอาด (Thailand Clean Air Network) ได้จัด Webinar ตอนที่ 3 ในซีรี่ย์ From 2.5 to Zero ไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับท่านที่อาจจะยังไม่คุ้นเคยกับที่มาที่ไปสามารถอ่านได้จาก Blog Post ที่พูดถึงภาพรวมของซีรี่ย์ From 2.5 to Zero หรือรับชมบันทึกภาพจาก Webinar ย้อนหลังและอ่านสรุปจาก Webinar ตอนที่ 1 และ Webinar ตอนที่ 2 ได้ สำหรับ Webinar ตอนที่ 3 นี้ ซึ่งเป็นตอนสุดท้ายของซีรี่ย์ เราได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญและตัวแทนจากส่วนงานต่างๆ ในประเด็นของการผลักดันจากระดับรากหญ้าสู่ระดับรัฐบาล เพื่อการแก้ปัญหามลพิษอย่างยั่งยืน บทสรุปของ Webinar ตอนที่ 3 รวมอยู่ในบทความนี้แล้ว

All of our posts — from mid-April to now- can be accessed here:

What are we discovering? And what can we do next? What we know is that we’ve had over one hundred people engage from mostly Thailand- yet with participants calling in live from Spain, Germany, Malaysia, India and elsewhere- and that there is already a lot of research and efforts underway. We hope you enjoy the recording, session highlights and become inspired to share with others and contribute to the next steps mapped below- including the crowdsourced R+D map that is growing each day.

จาก Webinar ทั้ง 3 ตอนที่ผ่านมา ถามว่าเราสังเกตเห็นอะไรบ้าง อย่างแรกเลยคือเราเห็นถึงความสนใจของประชาชน ทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทย และแม้กระทั่งชาวต่างประเทศที่อาศัยอยู่ทั่วทุกมุมโลก กว่า 100 คนที่เข้ามาร่วมรับฟัง Webinar ซีรี่ย์นี้ นอกจากนี้เรายังได้เห็นว่ามีกลุ่มคนหลายกลุ่ม และงานวิจัยหลายงานที่กำลังผลักดันการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศนี้อยู่ เราหวังว่าทุกท่านได้รู้สึกสนุกไปกับการเรียนรู้พร้อมๆกับเรา และหวังว่าท่านจะสนใจร่วมการผลักดันเพื่อการเปลี่ยนแปลงกับเราต่อตามรายละเอียดด้านล่างนี้

Watched what happened during our second session of the series here on YouTube:

Session Highlights — don’t have time to watch? You can catch up below

Thanks to fantastic real-time note translation by the Circular Design Lab volunteer and engineer Kin Fucharoen, we have transcript extracts in both English and Thai.

Image for post
Image for post
Moderators: Courtney Savie Lawrence, UNDP and Ms. Weenarin, Thailand Clean Air Network

Excerpts of the Opening Remarks from Panelists


Image for post
Image for post

Dr.Wirun: From the viewpoint of a doctor, air pollution is a health problem; whereas from the viewpoint of an anthropologist, air pollution is an inequality problem because of its unequal impact on different groups of people. So it’s a complex issue that requires collaboration to solve. The government is responsible because it impacts the well-being of citizens, but the private sector and citizens also have to get involved and support the solutions. I’m trying to look at the air pollution problem both as a doctor and an anthropologist, and I think the first key is the “Right to Know”. People have the right to know about air pollution and to protect themselves against it. That is why I started working on Citizen Air Platform that integrates air quality monitoring results from various sources to give people the ability to know the pollution level at their locations. That is also why I’m working with Thailand Clean Air Network (TCAN) to push for a Clean Air Legislation to guarantee citizens’ rights to clean air.

ดร.วิรุฬ ลิ้มสวาท: จากมุมของแพทย์ ปัญหามลพิษคือปัญหาสุขภาพที่ต้องได้รับการแก้ไข ขณะที่จากมุมนักมานุษยวิทยา ปัญหามลพิษคือปัญหาความไม่เท่าเทียม เพราะมลพิษส่งผลกระทบต่อคนแต่ละกลุ่มไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นปัญหามลพิษทางอากาศจึงเป็นปัญหาซับซ้อนที่ต้องการความร่วมมือจากหลายฝ่ายในการแก้ไข ทั้งจากภาครัฐ ที่มีหน้าที่ที่ต้องแก้ปัญหานี้เพื่อความอยู่รอดของประชาชนทุกคน และจากภาคเอกชนและภาคประชาชนที่ต้องร่วมสนับสนุนการแก้ปัญหาร่วมกันด้วย ผมพยายามทำความเข้าใจปัญหามลพิษทางอากาศทั้งจากมุมของแพทย์และมานุษยวิทยา ซึ่งผมว่าสิ่งแรกที่สำคัญคือ สิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลมลพิษ (Right to Know) และสิทธิของประชาชนในการปกป้องตัวเอง เป็นเหตุให้ผมเริ่มทำ Citizen Air Platform ซึ่งเป็นระบบที่รวมเอาข้อมูลระดับมลพิษจากแหล่งต่างๆมาไว้ด้วยกัน เพื่อให้ประชาชนสามารถรู้ได้ว่าระดับมลพิษในพื้นที่เป็นอย่างไร นอกจากนี้ผมก็พยายามผลักดันเรื่องกฏหมายเพื่อสิทธิในการเข้าถึงอากาศสะอาดร่วมกับ เครือข่ายอากาศสะอาด (Thailand Clean Air Network: TCAN) อยู่ด้วย

Image for post
Image for post

Christine Wellington Moore: One of the main causes of air pollution is the one-sided drive for economic growth without regards for citizen’s well-being and the environment. What UNDP is trying to do is to push for a more rounded development among and for States in the region to look at the problem systematically. We are positioned to help bring States together and to facilitate international dialogue in hopes of helping governments to collaboratively tackle the problems and lead to sustainable development.

Christine Wellington Moore: หนึ่งในสาเหตุหลักของปัญหามลพิษคือนโยบายการพัฒนาด้านเศรษฐกิจเพียงด้านเดียวโดยไม่คำนึงถึงสภาพความเป็นอยู่ของประชาชน และสิ่งแวดล้อม ดังนั้นงานสำคัญของ UNDP คือการผลักดันให้การพัฒนาของภาครัฐมีความครอบคลุมมากกว่าเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ และมีมุมมองในเชิงระบบด้วย นอกจากนี้ UNDP ยังเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่สามารถช่วยดึงรัฐภาคีสมาชิกให้มาพูดคุยกัน เพื่อการร่วมกันแก้ปัญหาและนำไปสู่การพัฒนาของภูมิภาคอย่างยั่งยืน

Image for post
Image for post

Charles Turner: I own Food4Thought cafe in Chiang Mai, where I have called home for 12 years. Everyone in Chiang Mai knows about the air pollution problem as they are impacted by it daily. This year is particularly challenging for me, as my house — situated at the base of Doi Suthep — was directly impacted by the wildfire and pollution up in Doi Suthep. At one point the fire was really bad that my family and I had to be evacuated for more than 2 weeks. The compounding effects of wildfire, open-burning pollution, and COVID-19 have made life in Chiang Mai very difficult for many. We at Food4Thought decided to try to help alleviate some of the challenges by providing free food for those in need, including volunteer firefighters grappling with the wildfires at the moment. Witnessing firsthand the real challenges, I’m hoping to continue being involved and providing assistance where I can.

Charles Turner: ผมเป็นเจ้าของ Food4Thought ที่เชียงใหม่ และผมอยู่เชียงใหม่มา 12 ปีแล้ว ทุกคนที่อยู่เชียงใหม่รู้สึกถึงปัญหามลพิษทางอากาศมาตลอด โดยเฉพาะปีนี้ ที่ปัญหาหนักกว่าปีที่ผ่านๆมา อีกทั้งส่งกระทบต่อผมโดยตรง เพราะบ้านผมอยู่ใกล้ดอยสุเทพ พอปีนี้มีไฟป่าลุกลามหนัก ครอบครัวผมก็ต้องอพยพหนีออกจากบ้านเป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์ เพราะฉะนั้นปีนี้ ทั้งปัญหาไฟป่า ปัญหาควันไฟจากการเผาไร่ รวมถึงปัญหา COVID-19 ทำให้ชีวิตคนในเชียงใหม่ลำบากมาก นั่นเป็นเหตุให้ Food4Thought เริ่มที่จะพยายามช่วยเหลือโดยการแจกอาหารให้กับผู้ขาดแคลนรวมถึงอาสาสมัครป้องกันไฟหลายร้อยคนที่กำลังเสี่ยงภัยกับไฟป่าอยู่ตอนนี้ด้วย และผมหวังว่าจะได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเท่าที่ทำได้ต่อไปเรื่อยๆ

Image for post
Image for post

Taweeksak Molsawat: I’m an artist, and what I’m trying to do is to create inspiration and hope for a better world through arts. My work with air pollution started in 2015, when — as part of Bangkok Art Biennale — I walked between my house to Bangkok Art and and Cultural Center (BACC), totaling 6–8 hours of city walking each day. After a couple of days, the air pollution effect took a toll on me and I could barely breathe, prompting me to put on a face mask. By putting on a face mask and doing a Facebook Live on my walks, I was able to draw attention to the pollution — air, water, and noise — in Bangkok and people starting voicing their concerns and asking questions about the quality of life that they otherwise deserved. My job as an artist is to make arts a part of life, and use arts to raise awareness among the people about problems we are facing. Through the raised awareness, I’m hoping to mobilize citizens’ driven bottom-up approach to solving the problems, putting citizens at the center of city’s governance.

คุณทวีศักดิ์ มูลสวัสดิ์: ผมเป็นศิลปิน และสิ่งที่ผมพยายามทำคือการสร้างแรงบันดาลใจ สร้างความหวังถึงโลกที่ดีกว่านี้ผ่านงานศิลปะ โดยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องมลพิษทางอากาศของผมเริ่มจากตอนปี 2015 ระหว่างงาน Bangkok Art Biennale ซึ่งผลงานของผมคือการเดินจากบ้านไปหอศิลป์ฯ กรุงเทพ (BACC) โดยเดินวันละประมาณ 6–8 ชั่วโมง ซึ่งใน 1–2 วันแรก เดินแล้วผมหายใจแทบไม่ได้ เพราะมลพิษแย่มาก หลังจากนั้นผมจึงต้องหาหน้ากากอย่างดีมาใส่ แล้วการเดินใส่หน้ากากของผมพร้อมการทำ Facebook Live ไปด้วย มันทำให้คนได้เห็นปัญหามลพิษ ทั้งทางอากาศ ทางเสียง และทางน้ำ ในเมืองกรุงเทพ ทำให้คนเริ่มมีความตื่นตัว และเริ่มมีการส่งเสียงและถามคำถามเกี่ยวคุณภาพชีวิตและสิทธิในการปกป้องตัวเองจากมลพิษในเมือง หน้าที่ของผมในฐานะศิลปิน คือการสร้างโอกาสให้งานศิลปะได้มีส่วนร่วมกับประชาชนในการสร้างความตื่นตัวเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ และผมพยายามผลักดันการแก้ปัญหาจากภาคประชาชนในแบบ bottom-up ภายใต้แนวคิดที่ว่าประชาชนต้องเป็นศูนย์กลาง

Image for post
Image for post

Jeffrey O’Rourke: ผมเห็นด้วยกับ Christine นะที่ว่าเราต้องมองมากกว่าการพัฒนาทางเศรษฐกิจ เราต้องมองถึงผลกระทบด้านอื่นๆ เช่นสังคม สิ่งแวดล้อมด้วย ในส่วนของผม เนื่องจากธุรกิจของผมเป็นเรื่องของธุรกรรมการเงิน ผมก็อยากเห็นวิธีที่จะใช้กลไกทางการเงินและการตลาด ช่วยผลักดันและสนับสนุนให้ประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกร เปลี่ยนวิถีชีวิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ดังตัวอย่างที่ดีของประเทศบราซิล ซึ่งตอนนี้ไม่มีการเผาไร่อ้อยเลย ทั้งที่เป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำตาลอ้อยขนาดใหญ่ แล้วเขาทำได้ด้วยการปรับกลไกทางการตลาดและการเงินเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง ผมเคยมีโอกาสคุยกับ Christine หลายครั้งแล้วเรื่องมลพิษทางอากาศ ซึ่งทำให้ผมมีแรงบันดาลใจที่จะลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างเพื่อการแก้ปัญหา

Key Messages from the Q+A

What is the role of UNDP in solving air pollution, especially the trans-boundary pollution problems?

UNDP มีบทบาทอย่างไรในการร่วมแก้ปัญหามลพิษที่ส่งผลกระทบข้ามประเทศ (Trans-Boundary Pollution) รวมถึงปัญหามลพิษทางอากาศโดยทั่วไป

Christine: I mentioned in the beginning the complexity of the air pollution problem. The conventional wisdom is to use “regulations” to solve it by controlling people’s behaviors, but that is not so much “solving” the problem at its root as “treating” the symptoms. What needs to be done instead is to ensure people can access necessary resources to sustain their and their families’ lives. We need to build the value of respecting the environment, the concept of “sharing”, and the safety net infrastructure to enable people to change their ways of life to be more environmentally-friendly. We also need to understand that a country’s action can impact its neighbors because all countries in the region are interconnected in many aspects. UNDP’s role is to ensure States understand that, and to bring States and stakeholders together for dialogues and system-level changes.

Christine: ดิฉันได้กล่าวไปตอนต้นถึงระดับความซับซ้อนของปัญหามลพิษทางอากาศ และวิธีการแก้แบบเดิมๆของภาครัฐคือการใช้ “มาตรการควบคุม” (Regulations) ในการควบคุมวิถีปฏิบัติของคน แต่นั่นไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ต้นเหตุของปัญหาคือการเข้าถึงทรัพยากรเพื่อจุนเจือชีวิตและครอบครัว ซึ่งไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าถึงได้ง่าย เป็นเหตุให้มีคนที่ต้องเผาไร่เพื่อการเกษตรหรือเผาป่าเพื่อหาของขาย ดังนั้นเราต้องพยายามสร้างความเคารพในสิ่งแวดล้อม ค่านิยมการแบ่งปัน และโครงสร้างพื้นฐานที่จะให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตได้โดยไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ เราต้องเข้าใจด้วยว่าประเทศต่างๆในภูมิภาคมีความข้องเกี่ยวกันในแทบจะทุกอย่าง นโยบายหรือการกระทำของประเทศหนึ่ง อาจส่งผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคได้ หน้าที่ของ UNDP คือการแสดงให้รัฐภาคีเข้าใจในจุดนี้และการนำรัฐภาคีและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง มาทำความเข้าใจระหว่างกัน และมาร่วมมือกันเพื่อการแก้ปัญหาเชิงระบบและโครงสร้างอย่างยั่งยืน

Given the close link between air pollution and citizens’ health, what is the role of the Ministry of Public Health in addressing the issue? What challenges and opportunities do you see?

บทบาทของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศมีอะไรบ้าง และความท้าทายรวมถึงโอกาสในการแก้ปัญหาเรื่องนี้มีอะไรบ้าง

Dr.Wirun: Air pollution should be considered a public health issue, which is rightfully the Ministry of Public Health (MPH)’s area of responsibilities. The challenge is that MPH is a government entity, and the bureaucracy and legislative requirements within the system have limited the Ministry’s ability. One example is the misalignment between the government’s Air4Thai application, which uses the government standard in reporting and color-coding air pollution level, and external popular applications such as AirVisual which uses international standards. The misalignment has confused many people. What we really need instead is the Air Quality Health Index which reports air pollution level in terms of its health impact directly. To circumvent the government’s limitations, we need a citizens’ platform to drive for changes; one such example is the Thailand Clean Air Network which I have also been involved in.

ดร.วิรุฬ: ปัญหามลพิษควรต้องจัดเป็นปัญหาสุขภาพ ภายใต้การกำกับของ สธ. ที่ต้องมีบทบาทในการช่วยปกป้องประชาชน ปัญหาคือ สธ. เป็นหน่วยงานรัฐ ซึ่งมีกำหนดกฎเกณฑ์และขั้นตอนในการปฏิบัติราชการที่ค่อนข้างจำกัด ตัวอย่างเช่นกรณีแอพพลิเคชั่น Air4Thai ที่ สธ. ต้องใช้มาตรฐานของประเทศไทยในการรายงานระดับมลพิษทางอากาศ ซึ่งอาจจะไม่สอดคล้องกับมาตรฐานของต่างประเทศ ทำให้แอพ Air4Thai อาจจะแสดงผลต่างไปจากแอพของต่างชาติอย่างเช่น AirVisual ทำให้คนสับสนได้ จริงๆแล้วสิ่งที่ประเทศไทยต้องการคือ Air Quality Health Index หรือดัชนีผลกระทบของมลพิษต่อสุขภาพ ที่จะรายงานผลกระทบได้โดยตรงมากกว่า ปัญหาเรื่องข้อจำกัดของระบบราชการภายในหน่วยงานของรัฐ ทำให้เราต้องพยายามสร้าง Platform อื่นๆจากภาคเอกชน และภาคประชาชนในการร่วมผลักดันการเปลี่ยนแปลงแก้ไขปัญหา นั่งคือเหตุหนึ่งที่ผมก็สนับสนุนงานของเครือข่ายอากาศสะอาด (Thailand Clean Air Network: TCAN) ด้วย

What are the roles of the business sectors in addressing air pollution problems?


Charles: Within Food4Thought; we have been trying to make everything organic but we’re not 100% there yet, partly because we still serve meat and meat-processing — as we know — still produces pollution. Small/Medium Enterprises (SMEs) in the area can do their parts by coming together to collaborate against business giants because I believe local SMEs would be more invested in the local environment and people’s well-being. Behavior and mindset change from locals is also required. My neighbors, for example, have been hunter-gatherers for generations and they believe it’s their right to burn the forest for their hunting-gathering purpose. They also believe city people are in no place to tell them what to do as the city people do not understand their lives and their challenges. This needs to change.

Charles: ในส่วนของ Food4Thought เราพยายามที่จะทำให้ทุกอย่างเป็นออร์แกนิค แต่ยังไม่สำเร็จ 100% โดยปัญหาหนึ่งก็คือเรายังให้บริการอาหารที่มีเนื้อสัตว์ ซึ่งทุกคนคงรู้ว่ากระบวนการเตรียมเนื้อสัตว์เป็นหนึ่งในกระบวนการที่สร้างมลภาวะให้กับโลกนี้ ในส่วนของภาคธุรกิจ ผมคิดว่าธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในพื้นที่มีบทบาทสำคัญในการจับมือกันเพื่อต่อสู้กับบริษัทยักษ์ใหญ่จากภายนอกที่อาจจะไม่สนใจเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่เท่ากับธุรกิจของชุมชน นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและแนวคิดของประชาชนในพื้นที่ก็เป็นสิ่งสำคัญ ยกตัวอย่างเช่นเพื่อนบ้านของผม ครอบครัวเขามีการเผาป่าเพื่อหาของป่าขายมาหลายชั่วอายุ จนกระทั่งพวกเขาคิดว่าเป็นสิทธิของเขาในการเผา อีกทั้งเขามองว่าคนเมืองไม่เข้าใจวิถีชีวิตของเขาและไม่มีสิทธิ์ที่จะมาบอกให้เขาเปลี่ยนด้วย นี่คือปัญหาที่ต้องเปลี่ยนแปลง

Jeffrey: Business sector can affect changes in the marketing mechanisms and financial system to enable changes in people’s way of life and to promote more environmentally-friendly approaches to living.

Jeffrey: ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจการเงิน สามารถใช้ระบบการเงินหรือระบบการตลาดมาช่วยปรับวิถีชีวิตของคนให้สามารถเข้าถึงทรัพยากรในการเลี้ยงชีพโดยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้

How you can contribute-

  1. See the policy change oriented work of Thailand Clean Air Network, read the English version of the White Paper (Thai Version Here) and stay engaged on the facebook page for action here.
  2. Support the work to push for #right2cleanair with Circular Design Lab- from an education awareness raising and policy shift standpoint. Contact us via Facebook or signup to stay updated at Next up- in June we will launch the “Digital Roadshow” — highlighting policy advocacy that every citizen can support.
  3. Add directly to the live R+D Ecosystem Map — we are crowdsourcing your ideas, perceptions and thoughts around the challenges, opportunities, resources and inspiring examples. Go here to see more:
Image for post
Image for post
Find the map and add a ‘Virtual Post-It Note’ here:


  1. ติดตามงานการผลักดันการเปลี่ยนแปลงระดับนโยบายของ เครือข่ายอากาศสะอาด, อ่านสมุดปกขาวอากาศสะอาด (Clean Air White Paper ฉบับภาษาอังกฤษที่นี่) และร่วมติดตามงานของเครือข่ายผ่านทาง Facebook
  2. ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันเพื่อ #right2cleanair กับ Circular Design Lab โดยติดต่อเราผ่านทาง Facebook หรือ Website
  3. ร่วมออกความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหามลพิษทางอากาศและสนับสนุนการจัดทำ R+D Ecosystem Map ได้ที่

With a very special thanks to the core volunteers and extended support team of the Circular Design Lab ‘air pollution’ track. Want to get in touch and contribute, please let us know here or reach out to the air track co-leads Courtney, Laura, Weena, Soma.

Additionally, huge appreciation is extended to the Thailand Clean Air Network, and the many other volunteer coalition members and organizations, beyond the Circular Design Lab, who have contributed to the development of the White and Blue Papers, and raising the platform, as well.

We are a self-organized, citizen-driven project focused on humanity’s big challenges\\ \\ @circular_lab

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store