Image for post
Image for post

Getting from 2.5(PM) to Zero: Why a “Roadshow” and what happened at the Townhall — everything you need to know

*English version here อ่านภาษาอังกฤษที่นี่

ในประเทศไทย ปัญหามลพิษทางอากาศเป็นปัญหาที่สั่งสมมายาวนานโดยไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชากรนับล้าน และส่งผลเสียต่อเนื่องไปถึงสภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย การขาดซึ่งข้อมูลและความเข้าใจในระดับและความซับซ้อนของปัญหามลพิษ เป็นเหตุให้คนจำนวนมากอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอากาศที่กำลังหายใจอยู่นั้นมีมลพิษในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอยู่

นั่นเป็นเหตุให้ เครือข่ายอากาศสะอาด (Thailand Clean Air Network) ได้ถูกจัดตั้งขึ้น ผ่านการรวมตัวกันของนักวิชาการ, แพทย์และบุคคลากรทางสาธารณสุข, นักกฎหมาย และผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษทางอากาศ เพื่อสร้างแคมเปญผลักดันการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในประเทศไทยแบบยั่งยืน โดยเริ่มจากการศึกษารวบรวมข้อมูลทั้งทางวิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ และนิติศาสตร์ เพื่อนำไปเผยแพร่และเสริมสร้างความเข้าใจเรื่องมลพิษทางอากาศให้แก่ประชาชนในประเทศ ก่อนจะนำไปสู่การผลักดันร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด เพื่อให้สิทธิ์ในการเข้าถึงอากาศสะอาด (Right to Clean Air) ของประชาชนทุกคนได้รับการปกป้องทางกฎหมายอย่างจริงจัง

หนึ่งในความสำเร็จล่าสุดของเครือข่ายฯ คือการเข้าเสนอร่าง พระราชบัญญัติกำกับดูแลการจัดการอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพแบบบูรณาการ ต่อรัฐสภา ผ่าน ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 3 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอนรับจากท่านประธานฯ เป็นอย่างดี โดยร่าง พรบ. ดังกล่าวจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาเบื้องต้นของรัฐสภา หากรัฐสภามีมติรับร่างดังกล่าว ทางเครือข่ายฯ พร้อมกับองค์กรพันธมิตรอื่น ๆ ซึ่งรวมถึง Circular Design Lab ด้วย ก็จะเริ่มกระบวนการประชาสัมพันธ์ทั้งองค์ความรู้และเนื้อหาของร่าง พรบ. รวมถึงการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อนำไปสู่การเข้าชื่อสนับสนุนร่าง พรบ. ดังกล่าวเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภาต่อไป

Image for post
Image for post

การเข้าเสนอร่าง พรบ. ที่กล่าวข้างต้น เป็นขั้นตอนที่มาหลังจากการตีพิมพ์ สมุดปกฟ้าอากาศสะอาด ของเครือข่ายฯ ซึ่งเป็นหนังสือที่เจาะลึกรากเหง้าและผลกระทบของปัญหามลพิษทางอากาศในประเทศไทยผ่านการศึกษาค้นคว้าและการลงพื้นที่ของผู้เชี่ยวชาญในเครือข่ายฯ ซึ่งทำให้เห็นผลกระทบเชิงลึกของปัญหาทั้งในด้านสุขภาพของประชาชน ความปลอดภัยของชีวิต และด้านความเสียหายทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยกระบวนการตีพิมพ์สมุดปกฟ้านี้เป็นหนึ่งในกระบวนการผลักดันกฎหมายตามรูปแบบของสหภาพยุโรปที่เครือข่ายฯ ได้นำมาเป็นต้นแบบของการดำเนินการในประเทศไทย ซึ่งเริ่มจากการตีพิมพ์ สมุดปกขาวอากาศสะอาด นำเสนอข้อมูลปัญหาเบื้องต้น ตามด้วยการตีพิมพ์สมุดปกฟ้าอากาศสะอาดตามที่กล่าวถึง และนำไปสู่การพัฒนา สมุดปกเขียวอากาศสะอาด ซึ่งจะเป็นการลงลึกถึงแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมซึ่งรวมถึงร่าง พรบ. การจัดการอากาศสะอาดฯ ด้วย การใช้กระบวนการดังกล่าว นอกจากจะช่วยให้การผลักดันกฎหมายมีประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยให้ได้เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในประเทศไทยกับปัญหามลพิษและการแก้ไขปัญหาด้วย

เพื่อเป็นการเปิดตัวของ สมุดปกฟ้าากาศสะอาด เครือข่ายอากาศสะอาด ร่วมกับ Circular Design Lab ได้จัดงานเสวนาออนไลน์ Townhall Anniversary ขึ้นเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยมีคุณวีณาริน ลุลิตานนท์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งเครือข่ายอากาศสะอาด และ นพ.คณวัฒน์ จันทรลาวัณย์ (หมอเอ้ก) สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ทำหน้าที่เป็นพิธีกรร่วม นำพาผู้ชมรับฟังการแลกเลี่ยนข้อมูลความคิดเห็นเรื่องมลพิษทางอากาศและการผลักดันการแก้ไขปัญหา นับตั้งแต่เรื่องของผลกระทบในด้านเศรษฐกิจและสังคม การขาดข้อมูลระดับมลพิษ ปัญหาการเข้าถึงองค์ความรู้ และการปลดปล่อยมลพิษของโรงงานอุตสาหกรรมอย่างไม่มีการควบคุม ซึ่งการเสวนาในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญจากเครือข่ายฯ ผู้ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาสมุดปกฟ้าฯ เข้าร่วมการเสวนาถึง 5 ท่าน

งานเสวนานี้ได้รับเกียรติจาก Mr.Kaveh Zahedi, Deputy Executive Secretary, UN ESCAP, and Chair of the UN Interagency Air Pollution Task Force for Asia-Pacific ในการกล่าวปาฐกถาเปิดงาน โดยได้กล่าวถึงความสำคัญของปัญหามลพิษทางอากาศซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ไม่เพียงเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น หากแต่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียก็ต้องเร่งแก้ไขเช่นกัน

“ความเร่งด่วนของปัญหามลพิษทางอากาศ คือสาเหตุที่งานของเครือข่ายอากาศสะอาดเป็นงานที่สำคัญมาก ทางเครือข่ายกำลังแสดงให้เห็นถึงการผลักดันการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมให้กับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค” — Keveh Zahedi

ต่อจากการกล่าวปาฐกถาแล้ว ก็เข้าสู่ช่วงของการเสวนาระหว่างผู้เชี่ยวชาญจากเครือข่ายฯ โดยเริ่มจาก ดร.นพ.วิรุฬ ลิ้มสวาท จากสำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ที่ได้กล่าวถึงผลกระทบทางสุขภาพของมลพิษทางอากาศต่อประชาชนในประเทศไทย ซึ่ง ดร.นพ.วิรุฬ เห็นว่าเป็นสัญญาณชี้ให้เห็นถึงปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในประเทศไทย และชวนให้ผู้ฟังลองนึกถึงความเหลื่อมล้ำทางฐานะ ที่ทำให้เด็ก 2 คนที่เติบโตขึ้นมาในเมืองเดียวกัน อยู่ห่างกันเพียง 2 ฟากถนน กลับได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศแตกต่างกัน เพียงเพราะครอบครัวหนึ่งมีฐานะดีกว่าและสามารถจัดหาเครื่องมือป้องกันมลพิษทางอากาศได้ดีกว่า ดังนั้นปัญหามลพิษทางอากาศจึงไม่ใช่เพียงปัญหาสุขภาพ หากแต่เป็นปัญหาโครงสร้างพื้นฐานของความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ

“การแก้ปัญหาต้องทำไปในทุกระดับพร้อมกัน ตั้งแต่ระดับตัวเอง ระดับครอบครัว ระดับชุมชน และระดับสุดท้ายคือระดับสังคม ซึ่งการมาร่วมกันของเครือข่ายฯ เพราะเราเชื่อว่าการจะเปลี่ยนแปลงทั้งสังคมได้ ต้องอาศัยทุกคนที่มีมุมมองต่างกัน มีความสามารถต่างกัน มาช่วยกันทำให้เราเข้าใจภาพทุกมุมของปัญหา ซึ่งความเข้าใจนี้จะช่วยเปลี่ยนจากความตื่นกลัวเป็นปัญญา และช่วยให้เรามีความหวังว่ามันสามารถแก้ไขได้” — ดร.นพ.วิรุฬ ลิ้มสวาท

รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เสริมจากประเด็นสุขภาพของ นพ.วิรุฬ ด้วยประเด็นทางเศรษฐกิจ และแนวทางการวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจของปัญหามลพิษทางอากาศ ซึ่งก่อให้เกิดต้นทุนทางสังคม เช่นการที่โรงงานอุตสาหกรรมเลือกที่จะลดต้นทุนการผลิตผ่านกระบวนการที่สร้างมลพิษในอากาศ อาจส่งผลให้เพิ่มต้นทุนทางสังคมในรูปแบบของสุขภาพที่เสื่อมโทรมของประชากรในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เป็นต้น ซึ่งในสมุดปกฟ้าได้มีการอธิบายรายละเอียดของผลกระทบเหล่านี้ไว้ในหลายมุมมอง ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว ภาคการเกษตร หรือแม้กระทั่งกลุ่มธุรกิจจัดงานวิ่งมาราธอนและกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆในภาคเหนือ นอกจากนี้ ดร.วิษณุ ยังย้ำถึงแนวคิดที่ว่า สิทธิที่จะได้เข้าถึงอากาศสะอาดควรเป็นสิทธิพื้นฐานของคนทุกคนโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

“ลองคิดง่ายๆ ทำไมเราต้องเอาเงินที่เรามีอยู่ไปซื้อหน้ากากอนามัย หรือเครื่องฟอกอากาศ ถ้าเรามีอากาศสะอาด ทำไมเราจะต้องจ่ายเงินเพื่อสิ่งเหล่านี้ เราเอาเงินไปทำอย่างอื่นได้หรือเปล่า” — ดร.วิษณุ อรรถวานิช

คุณเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะสิริ กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบที่น่ากลัวของสารไดออกซินที่มากับมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะมลพิษที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาวิจัยของมูลนิธิบูรณะสิริ ที่เริ่มจากการวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีและสารอินทรีย์ตกค้างในอากาศบริเวณนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ในช่วงปี พ.ศ. 2541 และได้ตรวจพบสารเคมีตกค้างในอากาศถึงกว่า 50 ชนิด และหลายชนิดถูกจัดเป็นสารก่อมะเร็งด้วย จากการเปิดเผยข้อมูลในครั้งนั้น ทำให้ประเทศไทยได้เริ่มเห็นการควบคุมการปลดปล่อยมลพิษของภาคอุตสาหกรรมบ้าง แต่ก็ยังไม่ได้ผลเต็มที่ และยังมีงานที่ต้องผลักดันกับภาคอุตสาหกรรมอีกมาก

“เราค้นพบสารไดออกซินสูงมากในพื้นที่สมุทรสาคร โดยค้นพบในไข่ไก่จากไก่ที่คุ้ยเขี่ยหากินอยู่ในพื้นที่ใกล้ๆโรงงาน นี่แสดงให้เห็นว่า (มลพิษ) ได้เข้ามาในห่วงโซ่อาหารแล้ว…นี่คือสัญญาณเตือนว่ามลพิษทางอากาศในบ้านเราสามารถคร่าชีวิตคนได้ และเราเป็นห่วงอนาคตของเด็กๆมาก” — คุณเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง

การจะแก้ปัญหามลพิษทางอากาศในประเทศไทยอย่างเป็นระบบและยั่งยืนนั้น จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงถึงระดับโครงสร้างทางกฎหมาย ซึ่ง รศ.ดร.คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้นำทีมกฎหมายของเครือข่ายฯ ได้อธิบายถึงกระบวนการพัฒนาร่าง พระราชบัญญัติกำกับดูแลการจัดการอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพแบบบูรณาการ ที่ได้นำเสนอต่อรัฐสภาไปแล้วตามที่กล่าวข้างต้น อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.คนึงนิจ ได้เน้นย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้าง จะอาศัยเพียงตัวบทกฎหมายอย่างเดียวมิได้ การมีกฎหมายควบคุมอากาศสะอาด จะไม่ได้ช่วยให้ประเทศไทยมีอากาศขึ้นอย่างทันตาเห็น หากไม่มีกระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ, ความรู้ความเข้าใจในเรื่องมลพิษของประชาชน และความเชื่อมโยงระหว่างการบังคับใช้กฎหมายกับสภาพความเป็นจริงในสังคม ก็จะไม่สามารถเห็นผลสัมฤทธิ์ของการผลักดันเพื่ออากาศสะอาดได้ การทำงานของเครือข่ายในรูปแบบบูรณาการระหว่างผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขาจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้สามารถผลักดันการแก้ปัญหาแบบองค์รวมได้อย่างยั่งยืน

“เราเห็นว่านี่ไม่ใช่แค่คำวิงวอนร้องขออากาศสะอาดจากภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่นี่เป็นเรื่องของสิทธิ์ทางฎหมายที่พึงจะได้มาซึ่งการหายใจอากาศสะอาด เป็นต้นทางของอีกหลายๆสิทธิ์ที่เป็นสิทธิมนุษยชน ดังนั้น กระบวนการของเรา เราจึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับเนื้อหาอย่างเดียว แต่เราก็ให้ความสำคัญในการผลักดันภาคสังคม ให้ตื่นรู้ ให้รู้เรื่อง ให้เข้าใจประเด็นเชิงระบบของเรื่องทั้งหมด เพื่อรู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์ในการมีอากาศสะอาดหายใจด้วย ถือเป็นกระบวนการขับเคลื่อนทางสังคม” — รศ.ดร.คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม

จากการทำงานอย่างหนักของเครือข่ายฯ ที่ทำให้เกิดองค์ความรู้และแนวทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนแล้ว สิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นต่อไปคือการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเครือข่ายฯ ก็ได้อาศัยความเชี่ยวชาญจาก ดร.ศรัณยุ หมั้นทรัพย์ จากสำนักส่งเสริมการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า ในการผลักดันเรื่องการเคลื่อนไหวทางสังคม ซึ่งต้องเริ่มต้นจากการเผยแพร่องค์ความรู้เพื่อให้ประชาชนมีความตระหนักรู้และเข้าใจในปัญหาก่อน

“องค์ความรู้จะทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตัว ดังนั้นข้อมูลต้องได้รับการเผยแพร่ ต้องทำให้คนรู้ให้มากที่สุด การนำข้อมูลเข้าสู่พื้นที่สาธารณะ จะทำให้เกิดเป็น Dialogue ในสังคม ได้คุยกัน ได้ยกมาเป็นประเด็นกัน ทำให้คนเห็นภาพว่าจริงๆ เราได้รับผลกระทบอยู่นะ ซึ่งอาจนำไปสู่การรวมตัวกันเป็นกลุ่มในการมาช่วยผนึกกำลังกันได้ กระบวนการขับเคลื่อนทางสังคมจะต้องใช้เวลา ใช้ความอึด ความอดทนของทุกท่านในเครือข่ายฯ ดังนั้นการขับเคลื่อนงานนี้ไป สิ่งสำคัญที่สุดคือพันธมิตรที่จะร่วมมือกัน” — ดร.ศรัณยุ หมั้นทรัพย์

นับต่อจากงาน Townhall Anniversary ครั้งนี้ เครือข่ายอากาศสะอาด และ Circular Design Lab ก็จะได้ร่วมกันจัดซีรี่ย์ของการเสวนาออนไลน์ต่อเนื่อง ภายใต้ชื่อ “Getting from PM2.5 to Zero” Digital Roadshow ในช่วงเดือน สิงหาคม — ธันวาคม 2563 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลงลึกไปในเนื้อหาของ สมุดปกฟ้าอากาศสะอาด รวมทั้งสร้างพื้นที่แห่งความสร้างสรรค์ เพื่อให้ผู้รับชมได้ทั้งความรู้ความเข้าใจเชิงลึกของปัญหามลพิษทางอากาศ และได้เข้ามามีส่วนร่วมในการผลักดันการแก้ปัญหา และร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางป้องกันตัวเองจากมลพิษในรูปแบบต่างๆด้วย

Image for post
Image for post
https://www.right2cleanair.com/
https://www.right2cleanair.com/
Image for post
Image for post

The Thailand Clean Air Network is a group of active citizen volunteers from a diverse multi-disciplinary background who were alarmed by the increasingly polluted air that we breathe. The group’s ethos is to be the depository of accurate and relevant information that would ignite an awakened society to seek much needed policy-level change. In collaboration with the Circular Design Lab’s air pollution team, the ‘Right to Clean Air Digital Roadshow’ from August — December is offered as a holistic way to lay the groundwork for the path ahead needed to protect our collective right to breathe clean air.

We are a self-organized, citizen-driven project focused on humanity’s big challenges\\ circulardesignlab.org \\ @circular_lab

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store